จากศาสตร์แห่งพระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

Last updated: Aug 14, 2018  |  373 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

จากศาสตร์แห่งพระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

"จากศาสตร์แห่งพระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กลับฟื้นคืนแผ่นดิน เพื่อท้องถิ่นอย่างพอเพียง"

พูดคุย กับคุณวิชัย agricultural landscape design ณ สวนเกษตรอินทรีย์ Nature Agro Product (NAP) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

กับแนวคิดการกำหนดตำแหน่งของชนิดพันธ์ไม้ที่จะปลูก และการออกแบบทัศนียภาพสวนเกษตรอินทรีย์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวทางพระราชดำริ โคก หนอง นา โมเดล โดยทำการรวบรวมพื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมีมาอย่างยาวนาน เพื่อเร่งจำนวนผลผลิตส่งผลให้คุณภาพดิน และสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลงเกิดปัญหาสารเคมีตกค้าง พืชได้ดูดซับเอาจุลธาตุและธาตุอาหารรองในดินไปจนหมด ส่งผลให้ดินเป็นกรดและเสื่อมสภาพในที่สุด

จากมูลเหตุนี้เราจึงมีความตั้งใจร่วมกันที่จะพลิกฟื้นผืนแผ่นดินให้กลับมาอุดมสมบรูณ์อย่างยั่งยืนอีกครั้ง

พื้นที่ในการจัดวาง agricultural landscape ในเฟสแรก

"80 ไร่เวิ้งเขียวๆฝั่งโน้นใช่หมดเลย เบื้องต้นจะขึ้นแบบไว้ก่อน พอได้ภาพถ่ายทางอากาศ ก็จะออกแบบ ขุดสระนำ้เตรียมปรับพื้นที่ บริเวณนี้จะมีเทือกเขาตะนาวศรีล้อมรอบเป็นธรรมชาติที่งดงามมาก ตรงกลางเราจะปลูกพืชสมุนไพร ในอนาคต"


การปรับสภาพดินที่เสื่อมสภาพ

"เราใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่เกิดจากพืชพรรณธรรมชาติโดยตรง ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี เราเอาปอเทืองหว่าน ปอเทือง 1 เมล็ดงอกได้ต้นหนึ่งมันจะออกฝักได้ 30 ฝัก
ใน 30 ฝักเนี่ย มันมีเมล็ดอีกเป็นสิบๆเลยคือในหนึ่งฝักมี5เมล็ดถึง10เมล็ดเท่ากับประสิทธิภาพ
ถึง 300 เท่าเลย คูณ 300 ไปเลยใน 1 เมล็ด 1 ต้นมี 30 ฝักๆ 10 เมล็ดข้างใน ว่านไปแล้วรอบแรก รอบสองเนี่ยเราไม่ต้องหว่านแล้วเราไถกลบ เดี๋ยวเขาจะเกิดขึ้นมาเอง จะเห็นว่าแปลงของเราจะไม่มีหญ้า ปอเทืองจะคลุมหญ้าแทน"

ทำไมต้องปอเทือง

“จุดประสงค์ของการใช้ปอเทืองก็คือรากจะเป็นปมอินทรีย์กับจุลินทรีย์ ปมอันเนี้ยเหมือนพวกเชื้อราชนิดหนึ่งปมจะมีเยอะตอนที่ปอเทืองออกดอกสีเหลือง ช่วงนั้นจะเเป็นช่วงไถกลบได้ดีที่สุด แต่กลยุทธ์ของเราเนี่ยหว่านรอบเดียว จะให้ปอเทืองอยู่กับเราไปเรื่อยๆ จะได้ไม่ต้องมีต้นทุนในการซื้อเมล็ด เราก็ไถกลบไปเรื่อยๆ มันจะฝังกลบลงไปในดินแล้ว เชื้อราที่ตรงปมรากจะเป็นไนโตรเจนอย่างดี โคน เหง้าลำต้นใบรวมทั้งฝักก็จะย่อยสลายทั้งหมด เลย เป็นไนโตรเจนอย่างดี”

แนวทางการวางพื้นที่และพันธุ์พืช

“ ค่อยๆทำก่อน เราแก้แบบใหม่ทำหนองนำ้ก่อน นาข้าวคือโซนข้างหน้า ที่ไถ่อยู่ฝั่งโน้น3ไร่จะเป็นทุ่งทานตะวันทั้งหมด ขอบข้างบนที่เป็นเหมือนเกือกม้า U-shape เนี่ยก็จะเป็นดอกทานตะวันรอบทั้งหมด ส่วนที่ลุ่มๆลำดับถัดไป จะเป็นข้าวเหนียวดำลืมผัว ส่วนรอบๆเราจะทำเป็นถนนรอบไร่ ขอบพื้นที่เราก็จะใช้ไม้ที่มันต่างกัน เช่นอินทนิล คูน กัลปพฤก์ แคนา จะปลูกขอบนอกที่มันจะไม่บังวิวภูเขาเพราะต้นมันไม่โตมาก
อินทนิลจะเป็นขอบข้างหน้าแล้วก็เป็น แคนา แคป่า อะไรประมาณนี้แล้วก็จะมีการวาง Plan เพิ่มเติมอีก”

“ส่วนที่เรายืนอยู่จะเป็นสวนป่า ป่าไม้เบจพรรณ ซึ่งเราก็จะไม่ใช้เคมี ร่องกลางที่เราจะเว้นระยะไว้ 4 เมตร”

เกษตรกรใช้สารเคมีส่งผลอะไรบ้าง

“เวลาวัชพืช ที่มันขึ้นเหมือนหญ้าอย่างนั้นเนี่ย ถ้าเข้าไปดูนะที่โล่งๆเตียนๆที่มองไปข้างล่างจะเห็นเป็นสีเหลือง อันนั้นคือยาฆ่าหญ้าหมดเลยนะ ถ้าเดินไปดูใกล้ๆจะเห็นป่าสับประรด เหลืองๆข้างล่างที่มันเตียนๆเขาฉีดยาฆ่าหญ้าทั้งหมด แล้วถ้ารอบๆต้นมะพร้าวเนี่ยจะเห็นพันเขาเทปเหลืองๆหรือขาวๆไว้คือฉีดยาฆ่าหนอน คือสิ่งที่เรากินอยู่ทุกวันเนี่ย หนึ่งหญ้าฆ่าหญ้า ยาฆ่าเชื้อราโดนทั้งผิวสัปปะรด แล้วก็สัปปะรดดูดซึมเข้าไปหมด นำ้ฝนตกชะล้างทุกวันนี้นำ้ก็ลงหนอง ลงนาข้าวลงปลาที่เรากิน เราอยู่ในเมืองเราต้องซื้อผลิตภัณฑ์เคมีกินแล้วก็ต้องไปรักษาตัวเอง คนไทยเป็นมะเร็งเยอะ พืชออกมาทุกวันนี้ตัดแต่งพันธุกรรมสมัยก่อนสมัยปู่หญ้าตายายเราใบหงิกๆงอตามธรรมชาติ”

“ไม่มียาฆ่าหญ้า ยาฆ่าด้วงเข้าไปต้นมะพร้าวผลผลิตก็ดูดซึมเคมีแล้วเราก็กินเคมีเข้าไป ก็เลยต้องเกิด Project นี้ขึ้นมา concept ก็คือเดี๋ยวพอถนนยกรอบๆพื้นที่เนี่ยเราจะไม่รับเคมีแล้วก็มีต้นไม้กั้น”

ตอนนี้คือวางโครงสร้าง

“คือเราวางโครงหลักมาก่อนแล้วค่อยมาวางรายละเอียด หนึ่งต้องสวยงามด้วยนะ Visualization มองมามาเห็นจะเป็นเส้นทางจักรยานรอบ ที่เราแพลนไว้นะพอเสร็จแล้วในเนี้ยจะเป็นเหมือนกำแพงมีป่าไม้กั้น คือถ้าเราทำตรงนี้ได้เราก็จะขยับไปแปลงโน้น ถ้าดูแลดีๆ ผมว่าซัก 3 - 5 ปี ต้นไม้น่าจะเห็นแล้วนะ”

“โดยอาชีพผมเป็นวิศวกร ผมอยู่ออกแบบรถยนตร์ คือตอนนี้เวลาออกแบบ จะคล้ายๆกันคือเขียน คิ้ว เขียนปาก คือเหมือนเกษตรทำให้เหมือนเกษตร อย่างเดียวไม่ได้ไง มันต้องเหมือนอิ่มท้องแล้วก็อิ่มใจด้วย”

งามอย่างเป็นธรรมชาติ

“เวลาเรามองไปต้นไม้ปลูกก็ดีนะแต่ไม่ใช่มันไปบังวิวเราใช่ไหม ให้มัน Take view ฝั่งเทือกเขาตะนาวศรีได้ Take view นาข้าวได้ Take view หนองนำ้ได้ Take view กลางแปลงผักได้อะไรประมาณนี้ ผมว่าพอมันได้ตรงนั้นมันอาจจะเป็นเหมือน Learning Center ก็ได้ มาฟอกปอดก็ได้ นะมันไม่ไกลจากกรุงเทพมาก มีเส้นทางให้ปั่นจักรยาน ซึมซับบรรยากาศรอบไร่ ต้นกัลปพฤกษ์ดอกสีขาวสีชมพู อินทนิลสีม่วง คูณสีเหลือง แล้วก็แคนาที่มันกินได้ หล่นบนพื้นปั่นจักรยานไปกินได้ด้ว เพราะว่าเราจะไม่ใช้เคมี”

 

ความตั้งใจต่อไป

“คือความตั้งใจของเราเนี่ยทั้งปีเราอยากจะให้ดอกไม้มันมีหลากชนิด แล้วก็ทั้งปีดอกไม้จะบานทั้งปีอะไรประมาณนี้คูนหมด กัลปพฤกษ์มาแคนามาตลอดทุฤดู หน้าร้อนหน้าหนาวหน้าฝน เพื่อให้มันมี step นอกจากไม้ที่เราจะประดับได้แล้วนะ มันจะใช้เวลานิดนึง ไม้โบราณที่มันไม่มีแล้วเราก็จะพยายามรวบรวม”

“คือ Plan นี้ เนื่องจากยังไม่เอาคนงานเข้ามาประจำก็เลยจะต้องลงไม่ป่าไว้ก่อนเราไม่ต้องลงระบบนำ้มากมายไม่ต้องให้นำ้ ให้ธรรมชาติดูแล

“เราเหมือนตอกเสาเข็มเราต้องวางโครงสร้างให้มันดีก่อน ไม่ใช่ต้นไม้โตสวยงามแล้วสุดท้ายต้องมาปลูกบ้านแล้วมันต้องตัดต้นไม้ทิ้งไง เราก็เลยจะวางรากฐานให้มันแน่นก่อน พอรากฐานมันแน่นเสร็จก็ค่อยทำต่อได้”

อีกหนึ่งในแนวคิด:การพัฒนาการขององค์ความรู้จากธรรมชาติด้วยวิทยาการเกษตรแบบวิธีธรรมชาติ เพื่อผลผลิตจากธรรมชาติที่ดีที่สุด